แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก

หลักฐานสำคัญที่จะทำให้คุณทึ่งในอดีตของเมืองน่านกับความเป็นเมืองเก่าและอู่อารยธรรมอีกแห่งหนึ่งของไทย คือ แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก ซึ่งมีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตในลักษณะเฉพาะของตัวเองและน่าจะได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการขุดพบตามแหล่งฝังศพของคนในสมัยก่อนโดยเฉพาะแถบเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตากและกำแพงเพชร

บ้านทุ่งนางโอก

บ้านทุ่งนางโอก ตำบลทุ่งนางโอก ห่างจากอำเภอเมืองยโสธร เป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๙ หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรโดยประมาณ ๕,๐๐๐ คน โดยมีสภาพพื้นที่เป็นพื้นราบในระดับเดียวกัน มีลักษณะเป็นทุ่งนาขนาดกว้าง มีชื่อเสียงในการจักสานไม้ไผ่ เพื่อเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือนและของที่ระลึก เหมาะแก่การท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง

หมู่บ้านทอเสื่อบางสระเก้า

อีกหนึ่งสถานที่ที่คุณจะได้ทำความรู้จักกับเสื่อกกจันทบูรที่นำมาแปรเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย และได้มีการจัดตั้งศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า เมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุน เรื่องการลงทุนทางสังคม (SIF) ภายใต้แนวคิดหลักในการพัฒนาชุมชนแบบพึ่งตนเอง เน้นกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรชาวบ้านและวัฒนธรรมชุมชนที่เข้มแข็ง

อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย

ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยคือ สายน้ำตกอันชุ่มฉ่ำหลายแห่งที่มีความสวยงาม อาทิเช่น น้ำตกแม่เกิ๋งหลวงและแม่เกิ๋งน้อย ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆกับขั้นบันไดลงมาจากดอยแม่เกิ๋งโดยน้ำตกแม่เกิ๋งหลวงจะปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ตุลาคมของทุกปี

ถนนสายไม้ (ซอยประชานฤมิตร)

ย้อนไปเมื่อปี 2522 ชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงค์รัก สะพานดำ วัดสระเกศ และบางลำพูได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณ

แหลมพรหมเทพ

ชื่อของแหลมพรหมเทพเป็นที่คุ้นหูนักท่องเที่ยวทุกคนมายาวนาน จากการรายงานช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินผ่านสถานีวิทยุ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนที่แห่งนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า คือการเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต โดยเฉพาะในยามอาทิตย์อัสดงช่วงปลายเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมีนาคม ที่แสงสีทองค่อย ๆ ทอประกายสาดจับผืนทะเลแลดูเป็นประกายระยิบระยับนั้น จะกลายเป็นภาพประทับใจที่ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายแห่งความทรงจำของทุกคนไปตลอดกาล และจุดเด่นของแหลมพรหมเทพอีกแห่งหนึ่งคือ “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ” ที่โดดเด่นมาแต่ไกล โดยประภาคารแห่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต ซึ่งแสงไฟจากโคมของประภาคารนั้น สามารถมองเห็นได้ไกลในระยะถึง 39 กิโลเมตร ส่วนภายในประภาคารยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่ประวัติการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณและแสดงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น และพื้นที่บนสุดของประภาคารนั้น ยังได้รับความนิยมในฐานะเป็นจุดชมวิวแบบ “พาโนรามา” ที่มองเห็นวิวแบบ 360 องศา โดยไร้สิ่งใด ๆ มาบดบังอีกด้วย

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ที่แห่งนี้มีประวัติยาวนาน เคยเป็นสถานที่ตั้งของกระทรวงการคลังในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และได้ประกาศพระราชกำหนดระเบียบบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2487 จัดตั้งให้ถ้ำฤๅษีสมบัติเป็นที่เก็บสมบัติของแผ่นดิน โดยเฉพาะทองคำแท่งที่สั่งเคลื่อนย้ายมาจากกระทรวงการคลังในกรุงเทพฯ เพื่อเก็บซ่อนจากเหล่าทหารญี่ปุ่นที่ตั้งมั่นอยู่ในประเทศไทยสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาซึ่งอยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2484-2488 ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างที่เป็นตัวอาคารแทบไม่หลงเหลือให้เห็น นอกจากร่องรอยของการก่อสร้างในยุคนั้น และตัวถ้ำที่มีลักษณะเป็นถ้ำเขาหินปูน หน้าบริเวณทางเข้ามีบันไดพญานาคขนาบทั้งสองข้าง ภายนอกมีซากป้อมปืนใหญ่ไว้ป้องกันทรัพย์สมบัติที่ย้ายมาจากกระทรวงการคลังในยุคนั้น ตั้งให้เห็นอยู่ในดงไม้ ภายในถ้ำมีรูปปั้นฤๅษีตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำฤๅษีนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปประดิษฐาน ตลอดจนร่องรอยของการเก็บซ่อนสมบัติ ที่พอจะมองเห็นได้จากแสงสว่างของไฟฟ้าที่อยู่ภายใน อย่างไรก็ดี ควรเตรียมไฟฉายหรือตะเกียงสำหรับการเข้าชม

ศาลหลักเมือง (The City Pillar)

ตั้งอยู่บริเวณทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุดรธานี ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2542 ตัวอาคารศาลหลักเมืองเป็นแบบสถาปัตยกรรมอีสาน ศาลหลักเมืองหลังใหม่ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลหลักเมืองเดิม นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอื่นๆ อันเป็นที่เลื่อมใสบูชาเป็นอย่างสูงได้แก่ หลวงพ่อพระพุทธโพธิ์ทองและท้าวเวสสุวัณ

สวนนายดำ

สวนนายดำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อศึกษาพืชพรรณธรรมชาติและเป็นแหล่งปลูกผลไม้คุณภาพอาทิ ส้มโชกุน มะละกอทุ่งตะโก เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ โดยเฉพาะส้มโชกุนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชุมพร สวนนายดำเป็นจุดแวะพักรถระหว่างเดินทางที่มีบริการร้านอาหารอร่อย ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของฝากภาคใต้อีกหลายชนิดและพันธุ์ไม้จำหน่ายในบรรยากาศร่มรื่นสวยงาม นอกจากนี้ยังมีส้วมหรือสุขาที่เป็นจุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง มีส้วมหลากหลายจินตนาการทั้งส้วมทาร์ซาน ส้วมคุณก้อนทอง ส้วมคุณชาย ส้วมลอยฟ้า ฯลฯ ที่ผู้คนต่างพากันมาแวะเวียนที่สวนแห่งนี้เพื่อชมและใช้บริการ ส้วมที่สวนนายดำ เจ้าของสวนนายดำ มีความตั้งใจในการปรับปรุงห้องน้ำของสวนแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ปลดทุกข์และสร้างสุขให้แก่ผู้คนที่แวะมาที่นี่ สุขาที่สวนนายดำจึงเป็นดั่งส้วมในฝันที่สะอาด สวยงามและสอดคล้องกับวิถีไทย แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ดอกไม้ ต้นไม้ น้ำตกที่จัดตกแต่งอยู่รอบๆ บริเวณอย่างสวยงามทั้งยังกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ใบไม้ธรรมชาติอันสดชื่น

สวนโมกขพลาราม

จากวัดธารน้ำไหลสู่สถานปฏิบัติธรรมชั้นแนวหน้าของเมืองไทย กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ทางพระพุทธศาสนา ที่มีผู้ศรัทธามากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่นี่ก่อตั้งขึ้นโดยท่านพุทธทาสภิกขุ เมื่อปี พ.ศ. 2475 มุ่งหมายเพื่อให้เป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม ด้วยภายในอาณาบริเวณของสวนโมกข์ฯ มีความร่มรื่น เงียบสงบ