โร่ร้องสื่อช่วยถูกผัวใจโหด บุกแทงหวิดตาย-คดีไม่คืบ

สาวโร่ร้องสื่อฯช่วย หลังถูกผัวใจเหี้ยมบุกแทง 14 แผลจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงทรัพย์หลบหนี เข้าแจ้งความแต่คดีไม่คืบ เหตุตำรวจไม่ยอมจับอ้างผู้ใหญ่ในพื้นที่จะนำตัวผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเองสุดท้ายมือมีดล่องหน

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  น.ส.ขวัญฤดี หรือฝน วีระวานิช อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่156 หมู่ 7 ต.บางขัน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยญาติ ๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนกรณีถูกนายทวีศักดิ์ พิกุลงาม หรือที่รู้จักกันในนาม“ต้อ ลำหัด”อายุ 37ปี   อดีตสามีคลั่งยาเสพติดใช้มีดปลาแหลมกะซวกแทงร่างพรุน14 แผลได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2560 เกิดเหตุภายในบ้านเลขที่ 65/2 หมู่ 1 ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง หลังก่อเหตุนายทวีศักดิ์ หรือต้อ หลบหนีไปอย่างลอยนวล  น.ส.ขวัญฤดี กล่าวว่า หลังจากอยู่กินกับสามีคนแรกมีบุตร 1 คนอายุ 14 ปี ได้เลิกรากับสามี และมาอาศัยอยู่กับพี่สาวที่บ้านเกิดเหตุเพื่อช่วยเลี้ยงดูหลานจนเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาได้อยู่กินกับนายทวีศักดิ์  แต่เพิ่งทราบภายหลังว่านายทวีศักดิ์ไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง และยังมั่วสุมยาเสพติดจึงพยายามตีตัวออกห่างจนมีปากเสียงทะเลาะวิวาท และถูกนายทวีศักดิ์ทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ซึ่งเคยแจ้งความไว้ที่ สภ.ทุ่งสง และเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยลูกสาวและครอบครัวของพี่สาวเดินทางกลับมาจากเที่ยวเทศกาลสงกรานต์นายทวีศักดิ์ได้มารอที่บ้านพี่สาวก่อนจะบุกเข้าไปในห้องนอนตนและขึ้นคร่อมร่างจากนั้นใช้มีดปลายแหลมแทงตนอย่างโหดร้าย 14 แผลต่อหน้าบุตรสาว พี่สาว และพี่เขยก่อนจะชิงเงินสดไป 2,000 บาท จยย.อีก 1 คัน ขณะที่ตนทางมูลนิธิได้นำตัวส่งโรงพยาบาล

ต่อมาในวันที่ 16 พ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.กะปาง  ได้รวบรวมสำนวนยื่นขอหมายจับกุมนายทวีศักดิ์ ข้อหาพยายามฆ่าและศาลจังหวัดทุ่งสงอนุมัติหมายจับ ในวันเดียวกันในขณะนั้นนายทวีศักดิ์ ยังอยู่ในหมู่บ้านแต่ตำรวจไม่ยอมจับกุมอ้างว่าผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งที่สนิทกับนายทวีศักดิ์ยืนยันว่าจะนำผู้ต้องหาเข้ามอบตัวภายใน 2 วัน แต่หลังจากนั้นตำรวจกลับบอกว่าผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวไม่สามารถนำนายทวีศักดิ์เข้ามอบตัวได้ กระทั่งถึงปัจจุบันนี้ก็ยังจับกุมตัวไม่ได้ หลังจากตนออกจาก รพ..ไม่กล้าอยู่บ้านเพราะกลัวว่านายทวีศักดิ์จะกลับมาทำร้ายอีกจึงหลบไปอยู่กับญาติก่อนมาร้องเรียนกับสื่อฯ.  ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews