ประโยชน์ของ “ข้าวเม่า”

รู้จักข้าวเม่ากันไหมคะ ข้าวเม่าที่ตำเสร็จใหม่ๆ จะหอมกรุ่น อ่อนนุ่ม เคี้ยวหนึบหนับ และมักจะนำมาใส่ในขนมกระยาสารท
ข้าวเม่า คือ ข้าววัยแรกรุ่น ที่เลยระยะน้ำนมแล้ว ซึ่งข้างในเปลือกข้าวจะเริ่มแข็งตัวเป็นเม็ด มีสีขาว และห่อหุ้มด้วยเยื่อบางๆ สีเขียว เมื่อข้าวแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล และกลายเป็นรำ (แต่ไม่เป็นฟ้อน) ถูกคิดค้นมาตั้งแต่สมัยโบราณที่มีมานานมาก ๆ ซึ่งคนนิยมทำขึ้นมาเพื่อเป็นขนมหวานไว้รับประทานกันในหมู่บ้าน

แต่ข้าวเม่าไม่ได้นิยมกินกันแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา พม่า อินเดีย ภูฏาน รวมทั้งทิเบต ต่างก็มีการทำข้าวเม่าไว้รับประทานเหมือนกัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็ล้วนเป็นประเทศที่ปลูกข้าวเป็นหลักเหมือนกัน แต่ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่ขนบธรรมเนียมในการตำข้าวเม่า

โดยการทำข้าวเม่าแบบไทยนั้น เราจะเลือกใช้เมล็ดข้าวเจ้า ข้าวเหนียว หรือข้าวเหนียวดำ ซึ่งเป็นข้าวที่ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล หรือสังเกตง่าย ๆ ว่าต้องเป็นเมล็ดข้าวที่ไม่อ่อนจัดและยังไม่แก่จัด และกว่าจะได้ข้าวที่ใช้ทำข้าวเม่านั้น ข้าวหนึ่งกอจะมีแค่บางรวงที่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะในกอข้าวส่วนใหญ่จะมีความอ่อนแก่ไม่เท่ากัน จากนั้นจึงนำรวงข้าวที่ได้มาแยกเมล็ดออกจากรวงข้าว แล้วนำมาคั่วเพื่อให้ข้าวสุก ก่อนที่จะนำข้าวที่ได้มาตำเพื่อนำเปลือกข้าวออกจากเนื้อข้าวนั่นเอง

และด้วยความที่ข้าวเม่า คือ อาหารที่ได้จากเมล็ดข้าวที่ยังไม่แก่จัดซึ่งถูกนำมาคั่วและตำให้แบน ข้าวเม่าจึงเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนข้าวที่เรารับประทานกันปกติ โดยอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ไขมัน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซิน ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโปรตีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และยังช่วยให้สุขภาพจิตดี มีความตื่นตัว มีสมาธิสูง ช่วยปรับระดับกลูโคสและสารอาหารรองในสมอง ช่วยให้ระบบการทำงานของสมองดี และช่วยบำรุงกำลังเจริญธาตุต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สนุกดอทคอม