ทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่ง“หลับ”น้อยลง

ผลงานศึกษาวิจัยชิ้นใหม่ของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ นำโดยแมทธิว วอล์คเกอร์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการ นิวโรอิเมจจิงและการหลับ ที่เบิร์กลีย์ ขจัดข้อสงสัยเกี่ยวกับการนอนหลับที่มีมานานว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้นจะนอนหลับสนิทน้อยลงนั้น เป็นเพราะร่างกายต้องการการหลับน้อยลง หรือเป็นเพราะคนเราไม่สามารถหลับสนิทได้นานเท่าที่ต้องการเมื่ออายุมากขึ้น

งานวิจัยใหม่นี้มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ข้อเท็จจริงคือ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ยังคงต้องการการนอนหลับสนิทเท่าเดิม เพียงแต่ทำไม่ได้อย่างที่ต้องการเท่านั้นเอง ธรรมชาติของสัตว์โลกทุกชนิดต้องการการนอน ศาสตราจารย์วอล์คเกอร์ ระบุเหตุผลว่า เนื่องจากการนอนเป็นสิ่งจำเป็นต่อมีชีวิต ในกรณีของมนุษย์ อวัยวะสำคัญๆทุกอย่าง รวมถึงระบบต่างๆ ภายในร่างกายล้วนต้องการการนอนหลับจึงสามารถจะทำหน้าที่ได้ตามปกติที่ควรจะเป็น นอกจากนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบด้วยว่า การขาดการนอนหลับสนิทนั้น ส่งผลกระทบให้เกิดโรคจำนวนมาก ตั้งแต่โรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด, เบาหวาน และโรคอ้วน ในเวลาเดียวกันก็พบด้วยว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นความสามารถในการนอนหลับสนิทจริงๆก็จะลดลงเรื่อยๆ  วอล์คเกอร์และทีมวิจัยระบุว่า สาเหตุของการนอนหลับน้อยลงเมื่อสูงวัยขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการที่สมองของเราสูญเสียการเชื่อมต่อระหว่างระบบประสาทที่ทำหน้าที่รับคำสั่งให้นอนหลับไปนั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจากในสัตว์ โดยเมื่อทีมวิจัยทดลองตรวจหาและวัดปริมาณกับชนิดของสัญญาณทางเคมีที่หลั่งออกมาของหนูทดลองอายุน้อยกับหนูทดลองสูงอายุแล้วพบว่า เคมีสัญญาณดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยไม่ว่าหนูทดลองจะอายุมากเพียงใด  สัญญาณที่ส่งไปยังสมองของคนเพื่อให้นอนหลับก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่เกิดปัญหาขึ้นที่ตัวรับสัญญาณดังกล่าว ซึ่งจะค่อยๆลดความสามารถในการรับสัญญาณลงเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ สมองของคนสูงอายุจึงรับสัญญาณที่จัดการคิวการนอนได้ลดน้อยลง ทำนองเดียวกับเสารับสัญญาณวิทยุที่ขีดความสามารถในการรับสัญญาณลดน้อยลง แม้ว่าจะมีสัญญาณมาคงที่เท่าเดิม ก็รับไม่ได้.  ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth